เหมือนเวลาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้น
หยวนฉวี่รีบหยิบเอากระบี่ประหลาดสีเทาที่เพิ่งจะได้มาไม่นานเล่มนั้นออกมา ก่อนจะพบว่ามันไม่สะดวกที่จะนั่ง เขาจึงได้แต่ต้องยืนขึ้นไปบนกระบี่
กระบี่บินสองเล่มบินออกไปจากยอดเขาเทียนกวง มุ่งหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าสีคราม ความเร็วไม่เร็วไม่ช้า ดูผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง
นี่มิใช่การถูกขับไล่ออกจากสำนัก
หากแต่เป็นการออกไปจากสำนัก
กู้ชิงเดินไปยังริมผาสองก้าว โบกมือเล็กน้อยเพื่อเป็นการบอกลา
ในกลุ่มคนที่อยู่บนยอดเขา ศิษย์น้องอวี้ซานเองก็แอบโบกมืออย่างเงียบๆ
ศิษย์หนุ่มสาวบางคนของชิงซานไม่กล้าทำอะไร ได้แต่แอบพูดอยู่ในใจว่ารักษาตัวด้วย
เหมยหลี่และหลินอู๋จือสบตากัน รู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย
เฉิงโหยวเทียนพลันรู้สึกว่างเปล่าขึ้นมาในใจ คล้ายว่าขาดอะไรบางอย่างไป จากนั้นพลันนึกขึ้นมาได้ว่า…ท่านบรรพจารย์เองก็ถูกอุ้มออกไปจากชิงซานแล้วเช่นกัน
มีเพียงจัวหรูซุ่ยที่สนใจในเรื่องที่ไม่เหมือนคนอื่น เขามองดูกระบี่ที่หยวนฉวี่เหยียบอยู่เล่มนั้น เอามือลูบคางพลางกล่าวว่า “ไม่เลวนี่”
……
……
กระบี่บินส่องเล่มบินออกไปนอกชิงซาน ถึงแม้ความเร็วจะมิได้เร็วอะไรนัก แต่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เปล