่องราวมากมายขนาดนี้?
ไม่ทันรอให้เขาได้พูด จิ๋งจิ่วกลาวต่อว่า “เจ้ารั้งข้าเอาไว้ไม่ได้ อีกประเดี๋ยวเจ้าคงจะพูดว่า ในเมื่อข้าจะไปแล้ว ทำไมถึงไม่เอากระบี่แบกสวรรค์และลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงทิ้งเอาไว้”
จนถึงเวลานี้ ผู้อาวุโสและเหล่าลูกศิษย์อีกเป็นจำนวนมากยังเลือกจุดยืนไม่ได้
ในใจพวกเขาคิดเช่นนี้จริงๆ จะไปก็ไปสิ แต่ในเมื่อเจ้าไม่อยากเป็นเจ้าสำนักแล้ว ก็เอาของวิเศษทั้งสองอย่างทิ้งเอาไว้สิ
ไม่ว่าจะเป็นกระบี่แบกสวรรค์หรือว่าลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิง ก็ล้วนแต่มีเพียงเจ้าสำนักชิงซานเท่านั้นที่มีสิทธิ์ดูแล
“ข้าไม่มีทางเอากระบี่แบกสวรรค์ออกมา แล้วก็ไม่มีวันเอาลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงออกมา”
จิ๋งจิ่วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เพราะข้าไม่มีทางจะมอบตำแหน่งเจ้าสำนักชิงซานออกไป”
เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ ทุกคนต่างตกใจ ในใจครุ่นคิดว่าเจ้ากำลังจะพาคนของยอดเขาเสินม่อออกไปจากชิงซาน หรือว่านี่มิใช่การสละตำแหน่ง?
“ข้าคือจิ่งหยาง อย่างนั้นเมื่อก่อนข้าเป็นอย่างไร ตอนนี้ข้าก็ยังเป็นอย่างนั้น”
จิ๋งจิ่วกล่าวจบประโยคนี้ก็พาเจ้าล่าเยวี่ยและคนอื่นๆ เดินไปทางริมผา
ยอดเขาเทียนกวงเงียบสงัด
ทุกคนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
นักพรตจิ่งหยางเป็