อาเพียวบินมาหน้ากระท่อม ก้มลงมองจิ๋งจิ่ว จากนั้นกล่าวออกมาสามประโยค
“หากท่านคือดวงจิตของกระบี่สรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง ท่านก็ย่อมสมควรได้รับการบูชาจากศิษย์สำนักชิงซาน”
“แต่ในตอนที่นักพรตจิ่งหยางพาท่านบรรลุกลายเป็นเซียน จู่ๆ ท่านพลันเกิดความละโมบ ช่วงชิงเอาดวงจิตของเขามาเป็นของท่าน”
“ท่านฆ่าเขา แล้วท่านยังกลืนกินเขา ท่านย่อมต้องเป็นปีศาจกระบี่”
เฉิงโหยวเทียนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ อย่างนั้นต่อให้เป็นกระบี่สรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่งก็คงจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว
สายตาฝูว่างยิ่งดูเย็นยะเยือก
มีเพียงหนานว่างที่ยังคงทอดตามองออกไปยังอีกฟากหนึ่ง สีหน้าเหม่อลอย ไม่รู้กำลังคิดอะไร
อาเพียวมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวต่อว่า “ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่ท่านหลอกเอาตำแหน่งเจ้าสำนักชิงซานมาได้ ท่านก็ยังสมรู้ร่วมคิดกับดินแดนหมิง พยายามที่แต่งตั้งจักรพรรดิแห่งหมิงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เหตุใดปุโรหิตของดินแดนหมิงเหล่านั้นถึงได้ไปปรากฏตัวอยู่ที่เขาเหลิ่งซาน? ท่านกับหมิงซือมีการแลกเปลี่ยนอะไรกันแน่? สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ข้าเห็นกับตาตัวเอง ท่านต้องการหลักฐานไหม?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ปู้ชิวเซียว