ามว่า “เจ้าจะพิสูจน์อย่างไรว่าเขาคือจิ่งหยางหรือว่าไม่ใช่จิ่งหยาง”
“ข้าไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเขามิใช่จิ่งหยาง ข้าเพียงแต่ต้องพิสูจน์ว่าเขาคือกระบี่สรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง เช่นนั้นแล้วเขาก็ย่อมไม่ใช่จิ่งหยาง”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของฉานจึ อาเพียวยังคงสงบเยือกเย็น ราวกับว่าเด็กน้อยชุดน้ำเงินที่ทำท่าทางหวาดกลัวตอนที่เจอกับกระบี่ชิงซานก่อนหน้านี้มิใช่เขา
เพราะในเวลานี้เขาคือจดหมายที่นักพรตไท่ผิงเขียนขึ้นมา สิ่งที่เขาพูดย่อมต้องเป็นคำพูดที่นักพรตไท่ผิงอยากจะพูด
“แล้วจะพิสูจน์อย่างไรว่าเขาคือกระบี่สรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง?”
อาเพียวกล่าวว่า “รายละเอียดที่ฟางจิ่งเทียนค้นพบเหล่านั้นเป็นเพียงเบาะแสและข้อสงสัย การกล่าวหาของนักพรตไท่หลูนั้นเป็นเพียงพยานบุคคล มันยังไม่ใช่พยานวัตถุที่แท้จริง”
หากจะไขคดี เบาะแสคือการชี้นำ พยานบุคคลคือไฟจากตะเกียง แต่มีเพียงสิ่งของที่เป็นพยานวัตถุเท่านั้นถึงจะน่าเชื่อถือ”
ปัญหาก็คือเรื่องแบบนี้จะไปหาพยานวัตถุมาจากไหน?
“ตัวท่านก็คือหลักฐาน” อาเพียวมองไปทางจิ๋งจิ่วพลางกล่าว
คำพูดประโยคนี้ดูคล้ายคำพูดที่ฟางจิ่งเทียนกล่าวในตอนแรก แต่ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่ามันไม่เหมือนกัน
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเ