นเหอเว่ยมองไปทางด้านนั้น ใบหน้าขาวซีด กล่าวพึมพำกับตัวเองว่า “สำนักชิงซาน...มีทะลวงสวรรค์อยู่กี่คนกันแน่?”
ลานเมฆอยู่ห่างจากยอดเขาเทียนกวงหลายลี้ เสียงของเหอเว่ยเองก็ไม่ได้ดัง แต่นักพรตไท่หลูกลับยังคงได้ยิน เขาเหลียวหน้ามองไปทางด้านนั้นพลางกรอกตาใส่ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนดูถูกว่า “หากมิใช่ว่าข้าบรรลุขั้นทะลวงสวรรค์ระดับสูง เจ้าสารเลวไท่ผิงนั่นจะไว้ชีวิตข้ารึ? ทำไมต้องขังข้าเอาไว้ในคุกกระบี่ตั้งนานขนาดนั้นล่ะ?”
ลานเมฆหยุดนิ่ง แต่เงากระบี่ที่ใหญ่โตมโหฬารนั้นยังไม่สลายหายไป มันยังคงอยู่ในฟ้าดิน ก้มมองดูสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้บำเพ็ญพรตจากแต่ละสำนักต่างตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
ใครจะไปคิดถึงว่านักพรตไท่หลูผู้นี้ใกล้ตาย แต่สภาวะกลับยังสูงส่งเป็นอย่างมาก วิถีกระบี่ยิ่งฝึกปรือจนลึกล้ำอย่างที่ยากจะประมาณได้!
มิเสียทีที่เป็นสัตว์ประหลาดที่มีความอาวุโสสูงที่สุดและอายุมากที่สุดของสำนักชิงซาน!
จากนั้นก็มีคนคิดขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นยอดเขามั่วเฉิงมีสัตว์ประหลาดทางวิถีกระบี่ที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่ แต่ก็ยังถูกกวาดล้างจนหมดยอดเขา ยิ่งไปกว่านั้นนักพรตไท่หลูยังถูกขังเอาไว้ในคุก