เสียงฟ้าคำรามดังครืนๆ ยังคงดังสะท้อนไปมาอยู่ในท้องฟ้า เมื่อมีข่ายพลังชิงซานคอยขวางกั้นอยู่ เสียงฟ้าคำรามนั่นฟังดูค่อนข้างทุ้มต่ำ แต่กลับยังคงทำให้ภายในใจเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นเหมือนดั่งเสียงกลอง
ยอดเขาเทียนกวงแปรเปลี่ยนเป็นเงียบสงัดอีกครั้ง ทุกคนสบตากันอย่างตกตะลึง รู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้นั้นเหลวไหลเป็นอย่างยิ่ง
อันดับแรกคือฟางจิ่งเทียนบรรลุสภาวะขั้นทะลวงสวรรค์ ออกมาจากยอดเขาซ่อนเร้น จากนั้นแสดงความแคลงใจในคำสั่งเสียที่นักพรตหลิ่วฉือทิ้งเอาไว้ สงสัยในตัวตนของจิ๋งจิ่ว
จากนั้นจิ๋งจิ่วยอมรับว่าตนเองคือนักพรตจิ่งหยางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินเฉาเทียน
จากนั้นฟางจิ่งเทียนกลับกล่าวว่าเขามิใช่นักพรตจิ่งหยาง หากแต่เป็น…กระบี่เล่มหนึ่ง!
ชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้นนั่งกอดแมวขาวอยู่บนเก้าอี้ ดูคล้ายดอกอวี้หลานที่ขาวดั่งหิมะ
งดงามเป็นอย่างยิ่ง
มิได้มีอะไรผิดปกติ
แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ว่า อะไรคือกระบี่เล่มหนึ่ง?
เสียงที่เรียบเฉยแต่กลับเฉยชาของฟางจิ่งเทียนดังขึ้นอีกครั้ง
“ในตอนที่อาจารย์อาจิ่งหยางโบยบิยกลายเป็นเซียน เขาได้เอากระบี่มิคำนึงแอบซ่อนไว้ในยอดเขาเสินม่อ แล้วก็เอากระบี่ไร้อัตตากับ….กระบี่สรรพสิ่