อาต้ายิ่งตกใจ ลืมตาโตมองดูนาง จนกระทั่งมั่นใจแล้วว่าอาการบาดเจ็บของนางไม่ร้ายแรง จึงรู้สึกวางใจลง ในใจครุ่นคิดว่าถูกเขาเล่นงานมาจนกลายเป็นแบบนี้ ยังไม่เรียกว่าแพ้อีกหรื อ?
“นังผู้หญิงพวกนั้นหน้าไม่อาย อาศัยพวกมากเล่นงานข้า”
หนานว่างเช็ดคราบเลือดตนมุมปาก ก่อนจะใช้แขนเสื้อเช็ดคราบเลือดที่หยดลงบนตัวอาต้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “หากมีแค่เจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยเพียงคนเดียว นางไม่มีทางจะสู้ข้าได้แน่น นอน”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ อาต้าก็รู้ว่านางน่าจะสู้เสมอกับเจ้าสำนักแม่ชี เพียงแต่ครุ่นคิดว่าเจ้าไปหาเหลียนซานเยวี่ยมิใช่หรือ ทำไมถึงไปสู้กับเจ้าสำนักแม่ชีได้ล่ะ?
ในตอนนั้นหลังจากจิ๋งจิ่วกลายเป็นเจ้าสำนัก หนานว่างก็เริ่มสงสัยในตัวตนของเขา จึงหิวคออาต้าไปเค้นถามอยู่ที่ยอดเขาชิงหรงเป็นเวลานาน สุดท้ายก็ถูกมันชี้นำจนเข้าใจผิดคิดว่าจ จิ๋งจิ่วนั้นเป็นลูกของจิ่งหยางกับเหลียนซานเยวี่ย หลังเก็บตัวอยู่หลายปี นางก็ออกจากสำนักชิงซานไปยังสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย แน่นอนว่าเพื่อไปหาเรื่องเหลียนซานเยวี่ย
นางกล่าวอย่างเจ็บแค้นว่า “นางผู้หญิงปากร้ายนั่นไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้ยินว่าข้าจะไป ก็เลยมุดหัวหลบหน้าข้าหรือเปล่า”
อา