…
“ข้าพอจะจำเรื่องเหล่านี้ได้บ้าง”
อาต้าค่อยๆ เดินมาข้างกายจิ๋งจิ่ว ก่อนจะกระโดดขึ้นไปยืนบนไหล่ของเขา มองดูบันทึกประจำอำเภอเล่มนั้น จากนั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “ตอนนั้นในทะเลตะวันตกเกิดคดีขึ้นติดต่อกัน ท่า านเจ้าสำนักเตรียมไปดูว่าเป็นมารชั่วจากที่ไหนมาทำเรื่องเหิมเกริมเช่นนี้ แต่สุดท้ายจู่ๆ คนผู้นั้นกลับหายตัวไป ท่านเจ้าสำนักนึกว่าเป็นข้ออ้างที่ยอดฝีมือของสำนักทางเหนือเหล่า านั้นใช้ฆ่าคนของสำนักเล็กๆ จึงมิได้สืบอะไรต่อ”
ตอนนี้ดูเหมือนว่าคนบ้าวัยกลางคนผู้นั้นน่าจะเป็นเซียนกระบี่รุ่นก่อนที่เล่าลือกัน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงมาท่องเที่ยวอยู่บนโลกมนุษย์ จู่ๆ พลันเกิดความคิดที่จะทำลายสำนักทั้งหมด แต่ก็หยุดมือไปอย่างน่าประหลาด ภายหลังมาใช้ชีวิตอยู่บนเกาะจุ้ยเซียนแล้วก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นอีก ทิ้งไว้เพียงคัมภีร์ลับแห่งวิถีกระบี่เล่มหนึ่ง และทำให้เกิดหนานชวีกับเกาะหม มอกขึ้นมา
จิ๋งจิ่วพลิกเปิดบันทึกเซียนกระบี่เล่มนั้นอีกครั้ง ครั้งนี้คำพูดที่ดูเหมือนเป็นคำพูดเหลวไหลเหล่านั้นกลับมีความหมายอื่นขึ้นมา
ในหน้าที่มีลายมือของหนานชวีหน้านั้นมีคำพูดอยู่สองประโยค น่าจะเป็นคำวิจารณ์ที่คนบ้าวัยกลางคนผู้นั้นมีให้แก่ตนเอง