ด้านเหนือสุดของทะเลพายุน้ำแข็ง ลมอันรุนแรงพัดกระหน่ำ ส่งเสียงครืนๆ จำนวนนับไม่ถ้วนเหมือนเสียงฟ้าคำราม ดินแดนแห่งความว่างเปล่าถูกบีบอัดจนกลายเป็นชั้นบางๆ น้ำวนที่น่ากลัวใน ดินแดนอัสนีเหล่านั้นกลายเป็นก้อนสีขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนอย่างก่อนหน้านี้แล้ว
ถึงแม้จะเป็นยอดฝีมือขั้นแหวกทะเลก็ยากจะรั้งอยู่ในสถานที่แบบนี้เป็นเวลานานได้
ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังอยู่ห่างจากยอดเขาน้ำแข็งที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวในแคว้นเสวี่ยเพียงแค่เจ็ดร้อยลี้ ไม่มีผู้บำเพ็ญพรตของเผ่าพันธุ์มนุษย์กล้ามาที่นี่
น้ำทะเลของที่นี่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ชั้นน้ำแข็งไม่รู้ว่าหนากี่จ้าง ไม่ได้ต่างอะไรกับแผ่นดินเลย
ภายในลมหนาวที่ส่งเสียงหวีดหวิว เงาของเรือมหาสมบัติลำหนึ่งปรากฏขึ้นลางๆ
แทนที่จะบอกว่าเรือมหาสมบัติล้ำนี้ล่องฝ่าน้ำแข็ง ควรจะบอกว่ามันอาศัยแรงขับเคลื่อนอันมหาศาลของเตาหลอมหินผลึกในการลากไปบนผิวน้ำแข็งมากกว่า
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินยืนอยู่ตรงหัวเรือ ใช้มือกุมศีรษะเอาไว้เพื่อกันลมพายุที่เป็นเหมือนดั่งใบมีดเหล่านั้น สายตามองไปบนที่ราบหิมะที่ยกตัวขึ้นเล็กน้อยทางด้านขวา นิ่งเงี ยบไม่พูดอะไร
ในเวลาเจ็ดวันที่ผ่านมา เขาไม่ไ