ด้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
เรือมหาสมุทรเดินหน้าช้าเกินไป หลายวันมานี้ล่องขึ้นไปทางเหนือได้แค่ไม่กี่ร้อยลี้ สำหรับยอดฝีมืออย่างเขาแล้ว มันเหมือนกับไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย
ต่อให้นักพรตต้องการเตาหลอมหินผลึกที่อยู่ในเรือมหาสมบัติ พวกเขาก็สามารถตัดมันออกมาได้ จากนั้นก็พามันบินไปด้วยกัน เหตุใดถึงต้องพาตัวเองมาขังอยู่บนเรือลำนี้ด้วย?
ยิ่งไปกว่านั้นดอกบัวของเรือนอี้เหมาก็เด็ดมาแล้ว เกล็ดของปลาไนเพลิงก็เอามาแล้ว สิ่งของเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว เหตุใดถึงยังไม่เริ่มอีก?
นักพรตกำลังรออะไรอยู่?
การคาดเดานี้ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
“เจ้ากำลังกลัวอะไร?”
อินเฟิ่งยืนอยู่บนยอดเสากระโดดงที่สูงที่สุด ก้มหน้าลงมามองเขา สายตาเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและความดูถูก
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินมองไปทางที่ราบหิมะ กล่าวถอนใจออกมาว่า “ที่นี่อยู่ใกล้แคว้นเสวี่ยเกินไป มีใครไม่กลัวบ้าง?”
อินเฟิ่งกล่าวอย่างหยิ่งทะนงว่า “มีอะไรต้องกลัว? ราชินีแคว้นเสวี่ยเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีระดับชั้นสูงที่สุด หากสุดท้ายแล้วต้องตาย การตายด้วยมือของนางมันก็เป็นบทสรุปที่ดีที่ส สุด”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินหรี่ตาพลางยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “แล้วถ้าคนของสำน