สงบลง
จัวหรูซุ่ยลืมตาขึ้นมา ในขณะที่กำลังนึกเสียดาย เขาพลันรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ความคิดขยับเล็กน้อย กระบี่กลืนเรือแหวกอากาศออกมาในอยู่แสงดาว
แสงดาวพลันถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดง นั่นเป็นเพราะกระบี่มิคำนึงเองก็ออกมาอยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืนเช่นกัน
พลังของกระบี่ทั้งสองเล่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ความคมหดหาย แต่กลับให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งจนไม่อาจสั่นคลอนได้บางอย่าง
จัวหรูซุ่ยมองไปทางเจ้าล่าเยวี่ย ก่อนจะส่งเสียง “อืม?” อย่างไม่แน่ใจขึ้นมา
เจ้าล่าเยวี่ยพยักหน้าเพื่อบอกว่าตนเองก็บรรลุขั้นคเนจรระดับสูงแล้ว
สภาวะของผู้บำเพ็ญพรตเป็นอย่างไร ตัวเองย่อมต้องรู้ดีที่สุด เพียงแต่เรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อมากเกินไป ต่อให้จัวหรูซุ่ยจะเคยมีประสบการณ์ทำนองนี้ เขาก็ยังไม่อาจมั่นใจได้ จำเ เป็นต้องได้รับการยืนยันจากคนข้างๆ เขามองดูกระบี่กลืนเรือที่อยู่ในแสงดาวสีแดง ก่อนกล่าวพึมพำว่า “การบำเพ็ญเพียร…มันง่ายขนาดนี้เลยหรือ?”
อาต้าดูดซับพลังวิญญาณที่หลงเหลืออยู่อย่างละโมบ แล้วก็ถือโอกาสงับแสงดาวไปอีกสองคำ ในใจครุ่นคิดว่าบำเพ็ญเพียรแบบนี้ย่อมต้องง่าย แต่ว่าจิ๋งจิ่วมีแค่คนเดียวเท่านั้น
จัวหรูซุ่