จงโจวแน่นอน
ในช่วงเวลาสองปีหลังนักพรตหลิ่วฉือจากไป ไม่ว่าจะในราชสำนักหรือว่าโลกแห่งการบำเพ็ญพรต ท่าทีของสำนักจงโจวก็ล้วนแต่แข็งกร้าว ด้วยเหตุนี้ถึงได้มีงานชุมนุมในวัดกั่วเฉิงครั้งนี้ข ขึ้น
ผลสุดท้ายเรือเมฆก็จากไปแบบนี้จริงๆ นักพรตไปไม่ทำอะไร ทั้งยังพูดว่ารับทราบ?
บัณฑิตคนหนึ่งของเรือนอี้เหมาส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “ใครจะคิดบ้างว่างานชุมนุมที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้จะเลิกราไปง่ายๆ แบบนี้”
ซีอี้อวิ๋นส่ายศีรษะออกมา “หากเจ้ารู้ว่าสำนักชิงซานสังหารมารเผ่าหมิงที่เขาเหลิ่งซานอย่างโหดเหี้ยมแค่ไหน เจ้าจะไม่พูดแบบนี้”
“ถูกต้อง เดิมการปะทะกันของสำนักชิงซานกับสำนักจงโจวก็ไม่ได้อยู่ในวัดกั่วเฉิงอยู่แล้ว หากแต่อยู่ในเขาเหลิ่งซาน กระทั่งอาจจะอยู่ในดินแดนหมิง”
ปู้ชิวเซียวเก็บจานฝนหมึกหางมังกรกลับเข้าไปในแขนเสื้อ จากนั้นเดินไปฝั่งตรงข้าม ยกมือบอกลูกศิษย์อย่างซีอี้อวิ๋นและหลิ่วสือซุ่ยว่าไม่ต้องตามตนเองมา
ฝั่งตรงข้ามคือสำนักชิงซาน
พวกเจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่าเขามีคำพูดจะพูดกับจิ๋งจิ่ว จึงถอยออกไปอย่างรู้ตัว
ปู้ชิวเซียวมองดูใบหน้าที่อ่อนเยาว์และงดงามใบหน้านั้น คิดถึงการสนทนากับอีกฝ่ายในเมืองเจาเกอครั้งนั้น ภายในใจอดรู้สึกทอด