หมิงไปกี่คน?”
“นั่นเป็นเพราะสำนักชิงซานไม่อยากฆ่าหรือเปล่า? ความจริงแล้วตอนนี้มันก็ไม่มีมารจากเผ่าหมิงโผล่มาให้ฆ่านี่นา มาคิดๆ ดูแล้วตอนนั้นสำนักชิงซานต้องสูญเสียคนไปมากน้อยเท่าไรกัน?”
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ ในเมื่อไม่มีมารเผ่าหมิงให้ฆ่า อีกทั้งยังไม่มีอุโมงค์ที่ต้องสะกด แล้วสำนักชิงซานมีสิทธิ์อะไรถึงยังจะแบ่งเอาทรัพยากรไปตั้งมากมายเหมือนเมื่อหกร้อยปีก่อน? ? เจ้าไม่ได้ทำอะไร แล้วทำไมต้องเอาของไป ยิ่งไปกว่านั้นยังเอาไปเยอะที่สุดด้วย! ต่อให้คนธรรมดาแยกบ้านก็ยังไม่ทำแบบนี้เลยใช่หรือเปล่า?”
เมฆขาวกระจายตัว เรือยักษ์บินขึ้นไปอีกครั้ง คนจากสำนักจงโจวเดินเข้าไปในตำหนักใหญ่แล้ว
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตมองเห็นอย่างชัดเจน นอกจากศิษย์หนุ่มสาวอย่างไป๋เจ่าและไป๋เชียนจวินแล้ว ครั้งนี้สำนักจงโจวส่งเจ้าแห่งหุบเขาอย่างเยวี่ยเชียนเหมินมาถึงสามคน แต่ละคนล้วนแต่เป็นย ยอดฝีมือขั้นศูนยตา
ส่วนคนที่อยู่ด้านหน้าสุดที่เหมือนมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ทั่วทั้งร่างกายจนไม่สามารถมองทะลุเข้าไปได้…ย่อมต้องเป็นนักพรตไป๋ที่เล่าลือกัน
จงโจวมากันมากขนาดนี้ สำนักชิงซานจะรับมืออย่างไร?
นักพรตกว่างหยวนต้องมา ฟางจิ่งเทียนเกรงว่าคงต้องออกมาจากการเก็บตั