เรือเมฆของสำนักจงโจวไม่ได้หยุดอยู่ใกล้ๆ วัดกั่วเฉิง หากแต่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือทะเลตะวันออก แย่งชิงความโดดเด่นกับพระอาทิตย์ตกดิน
เมื่อเห็นภาพนี้ จัวหรูซุ่ยได้เกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างมาก จึงได้พูดคำพูดนั้นออกมา
หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกเลือดลมพุ่งพล่าน แต่ก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรตามความเคยชิน
เจ้าล่าเยวี่ยสงบนิ่ง ในใจคิดว่าถ้าต้องสู้จริงๆ ก็สู้
กู้ชิงเองก็ไม่ได้พูดอะไร ในใจคิดว่าทำอย่างไรถึงจะสู้ได้ล่ะ?
จัวหรูซุ่ยเหลียวหน้ากลับมามองพวกเขาพลางกล่าวว่า “พวกเจ้าช่วยพูดอะไรที่มันปลุกใจสักหน่อยไม่ได้เหรอ?”
ในเวลานี้เสียงของจิ๋งจิ่ว ดันขึ้นมาจากทางด้านหลังของสวนจิ้งหยวน “เข้ามา”
ทุกคนเข้าไปในห้องฌานที่อยู่ด้านหลังสวนจิ้งหยวน พบว่าฉานจึได้ออกไปแล้ว
บริเวณคิ้วของจิ๋งจิ่วดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาของข่ายพลังหมอกควันจางหาย หรือว่าคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างไท่ผิงกับดอกบัวก็ล้วนแต่ต้องใช้สมาธิอย่างมาก
กู้ชิงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นริมลำธารออกมา พร้อมกับบอกเรื่องการคาดเดาของทุกคน
จัวหรูซุ่ยกล่าวว่า “ปรมาจารย์ไท่ผิงจะทำอะไรกันแน่ หรือว่าเขาคิดจะทำให้แผ่นดินวุ่นวายเหมือนอย่างในอดีต จนทำให้คนธรรมด