าตายจนหมด?”
“ปกป้องตัวเอง” จิ่งจิ๋วกล่าว “ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุด โลกบำเพ็ญพรตยิ่งวุ่นวาย เขาก็ยิ่งปลอดภัย”
ไม่มีใครเข้าใจคำพูดของเขา รวมไปถึงเจ้าล่าเยวี่ย หลิ่วสือซุ่ยและเสี่ยวเหอที่รู้เรื่องนักพรตไท่ผิงไปเด็ดดอกบัว
จิ๋งจิ่วไม่ได้พูดเรื่องการคาดการณ์ของตนเองออกมาจนหมด
เขามองดูใบหน้าที่ดำคล้ำเล็กน้อยของหลิ่วสือซุ่ย ในใจคิดว่าศิษย์พี่ท่านยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะทำให้เด็กคนนี้กลายเป็นท่านคนต่อไปอย่างนั้นหรือ?
หลิ่วสือซุ่ยเห็นว่าเขามองตนเอง จึงรีบคุกเข่าลงไป ก่อนจะโขกศีรษะอย่างเคารพศรัทธาสามครั้ง จากนั้นกล่าวว่า “ยินดีด้วยขอรับคุณชาย”
เสี่ยวเหอรีบคุกเข่าตามลงไปแต่แรก
เจ้าล่าเยวี่ยเป็นเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อ ไม่ต้องคุกเข่า
กู้ชิงไม่ได้คิดอะไร แต่ก็คุกเข่าตามลงไป
จัวหรูซุ่ยค่อนข้างเหนื่อยใจ เขาคุกเข่าลงไปบนพื้นอย่างช้าๆ แต่ไม่ได้โขกศีรษะคำนับ
จิ๋งจิ่วรู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยจะต้องโขกศีรษะอีกหลายที่แน่ จึงกล่าวรับเอาไว้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พอแล้ว ไปเถอะ นางอยู่ที่นี่”
ตอนนี้หลิ่วสือซุ่ยเป็นบัณฑิตของเรือนอี้เหมา เขาย่อมต้องกลับไปเรือนอี้เหมา
เขาเข้าใจความหมายของคุณชาย แล้วก็รู้จักนิสัยของคุณ