แทนจิ๋งจิ่ว แต่ในส่วนที่ลึกที่สุดของรอยยิ้มนั้นกลับมีความรู้สึกเสียดายที่ัดูชัดเจน หรือเรี ยกได้ว่าเป็นความรู้สึกเศร้าเสียใจ
ถ้ายังคงเป็นเหมือนอย่างเมื่อก่อนนี้ ต่อให้จิ๋งจิ่วจะเป็นศิษย์อัจฉริยะที่สำนักชิงซานให้ความสำคัญ มันก็ยังพอจะมีหวังอยู่บ้าง แต่จิ๋งจิ่วเป็นเจ้าสำนักชิงซานแล้ว เช่นนั้นก็เป็นไ ไปไม่ได้อีก
เพราะนางจะกลายเป็นเจ้าสำนักจงโจวคนต่อไป
ไป๋เจ่าลุกขึ้นเตรียมจากไป แต่ก่อนหน้านั้นนางกล่าวออกมาประโยคหนึ่ง
“ข้ารู้ว่าศิษย์พี่ถงเหยียนน่าจะไปที่ชิงซาน รบกวนท่านด้วย”
สำนักจงโจวจะปล่อยถงเหยียนไปได้อย่างไร ในช่วงเวลาหลายปีมานี้ไม่รู้ว่าทุ่มเทกำลังมากน้อยเท่าไรเพื่อตามหาเขา แต่กลับหาตัวเขาไม่พบ
นางกับถงเหยียนเป็นเหมือนพี่น้องกันจริงๆ นางย่อมต้องรู้ว่าในตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่ แล้วก็ย่อมต้องคาดเดาได้ว่าเขาน่าจะไปที่ไหน
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เขาไม่อยู่ที่ชิงซาน”
ไป๋เจ่ารู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องหลอกตัวเอง จึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ในใจคิดว่าอย่างนั้นศิษย์พี่ไปที่ไหนกัน?
จิ๋งจิ่วพลันกล่าวขึ้นมาว่า “ในช่วงเวลาสำคัญบางช่วง เจ้าเองก็ต้องระวัง”
ไป๋เจ่านิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “พูดให้ชัดหน่อยได้ไหม?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว