่อมต้องมา ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้คุณชายยังเป็นเจ้าสำนักชิงซานด้วย
“ไม่ได้มาสู้กันเสียหน่อย คนเยอะไม่มีประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นหากมีอะไรกันขึ้นมาจริงๆ เจ้าก็คงเอาอาวุธวิเศษของเรือนอี้เหมามาช่วยออกหน้าแทนสำนักชิงซานไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?”
จัวหรูซุ่ยคิดถึงความกดดันที่สำนักชิงซานต้องเผชิญ ความรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนได้หายไปตั้งนานแล้ว เขาถอนใจพลางกล่าวออกมาว่า “สุดท้ายก็ต้องดูว่าอาจารย์อาเจ้าสำนักคิดอย่างไร”
ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยตอนฤดูใบไม้ผลิ ท่าทีของสำนักจงโจวนั้นชัดเจนและแน่วแน่เป็นอย่างมาก พวกเขาต้องการลดสัดส่วนทรัพยากรของสำนักชิงซานลงให้ได้ ถึงแม้จะเป็นแค่การทำแบบพอเป็นพิธี ก็ตาม
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “เกรงว่าคุณชายคงจะเกียจคร้านที่จะคิดเรื่องแบบนี้”
คนซื่อมักจะพูดความจริง
เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่านิสัยของจิ๋งจิ่วเป็นแบบที่ว่าจริงๆ แต่ในเมื่อเขาส่งถงเหยียนไปยังดินแดนหมิง ดูแล้วเขาก็น่าจะมีการเตรียมการอะไรเอาไว้ จึงกล่าวว่า “กลับไปแล้วค่อยว่ากัน ”
……
……
ในตอนที่ใกล้จะถึงวัดกั่วเฉิง เสี่ยวเหอมองเห็นสวนผักที่อยู่ในสภาพรกร้าง ภายในใจคิดถึงชีวิตอันสงบสุขเมื่อครั้งที่ตนเองและหลิ่วสือซุ่ยอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงเวลาหลายปีนั้น จ