จึงอดรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาไม่ได้
ตอนนี้นางไม่อาจพักอยู่ที่สวนผักได้ เพราะด้านนอกวัดไม่ปลอดภัย ใครจะไปรู้บ้างว่าสำนักจงโจวและสำนักฝ่ายธรรมะเหล่านั้นจะทำอะไร หลิ่วสือซุ่ยไม่อาจพานางเข้าไปยังเรือนอี้เหมา ได้ การพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมด้านนอกระเบียงลมกับการอยู่ด้วยกันนั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเขาจึงได้แต่ต้องพานางไปหาจิ๋งจิ่ว
ส่วนจิ้งหยวนยังคงเงียบสงัด กู้ชิงถูกเสียงระฆังของวัดกั่วเฉิงปลุกจนตื่นขึ้นมาแล้ว
หลายปีมานี้ยอดเขาเสินม่อติดต่อกับหลิ่วสือซุ่ยอยู่ตลอด โดยเขากับเสี่ยวเหอส่งจดหมายไปมาหากัน ทั้งเรื่องส่วนผักและโรงเตี๊ยมก็ล้วนแต่เขาเป็นคนจัดการให้ แต่เขาไม่ได้กล่าว วทักทายอะไรกับเสี่ยวเหอ หากแต่กล่าวกับหลิ่วสือซุ่ยว่า “อาจารย์ยังอยู่ด้านใน รออีกครู่หนึ่ง”
ในเวลานี้หลิ่วสือซุ่ยจึงได้รู้ว่าจิ๋งจิ่วกำลังสนทนาธรรมอยู่กับฉานจึ ในใจครุ่นคิดว่าคุณชายช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
กู้ชิงสังเกตเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของเสี่ยวเหอ ก่อนจะคิดถึงเสียงระฆังก่อนหน้านี้ จึงกล่าวถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
หลิ่วสือซุ่ยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นริมลำธารก่อนหน้านี้ออกมา
กู้ชิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “พวกชั่วที่เหลืออยู่ของ