เจ้าล่าเยวี่ย สำหรับเขาแล้ว เรื่องแบบนี้ก็ได้แต่ต้องมาพู ดกับเจ้าล่าเยวี่ย
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “อย่าได้คิด”
คำพูดยิ่งสั้นก็ยิ่งแข็งกร้าว
เยวี่ยเชียนเหมินเลิกคิ้วเล็กน้อย ศิษย์สำนักคุนหลุนที่ยังตกใจและหวาดกลัวเหล่านั้นยิ่งรู้สึกสับสน
ต่อให้พวกเจ้าล่าเยวี่ยทั้งสามคนจะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด แต่สภาวะยังไม่สูงพอ ยอดฝีมือขั้นศูนยตาสามารถสังหารพวกนางได้อย่างง่ายดาย เหตุใดนางถึงได้มีท่าทีแข็งกร้าวถ ถึงเพียงนี้?
สายตาของเยวี่ยเชียนเหมินมองไปในอ้อมอกของเจ้าล่าเยวี่ย
เงาไม้ตกลงมาบนตัวนาง ในเวลานี้ผู้คนถึงได้สังเกตเห็นว่าที่แท้นางก็อุ้มแมวขาวตัวหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
แมวขาวตัวนั้นหาวออกมา ก่อนจะตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย
ศิษย์หลายคนของสำนักชิงซานไม่รู้ผู้พิทักษ์ทั้งสี่ของชิงซานคือใคร แต่เหล่าผู้อาวุโสของสำนักจงโจวกลับรู้จักเป็นอย่างดี
“ที่แท้ท่านไป๋กุ่ยก็มาด้วย”
สีหน้าของเยวี่ยเชียนเหมินแปรเปลี่ยนเป็นคร่ำเคร่งขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขากลับยังไม่มีความหวาดกลัวใดๆ จากนั้นกล่าวว่า “แต่เป็นความคิดของนักพรตไป๋”
ในเวลานี้นักพรตไป๋อยู่ในเรือเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าลำนั้น
เจ้าล่าเยวี่ยไม่กังวลใจ เพราะอาต้าไม่ได้แก