ต้องฝากความหวังเอาไว้ที่เจ่าเอ๋อร์เพียงคนเดียว ว?
เยวี่ยเชียนเหมินสลัดความคิดเหล่านี้ทิ้งไป ก่อนจะชี้ไปยังก้อนหินที่อยู่ริมลำธารพลางกล่าวว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ในเวลานี้น้ำในลำธารได้หยุดไหลจนหมด รอยคราบเลือดที่อยู่บนก้อนหินไม่ได้ถูกน้ำชะล้างอีก คล้ายจับตัวแข็งอย่างไรอย่างนั้น
จัวหรูซุ่ยกล่าวสำทับว่า “นั่นสิ มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?”
เยวี่ยเชียนเหมินไม่คิดสนใจเขา หากแต่มองไปยังเจ้าล่าเยวี่ยที่อยู่ใต้ต้นไม้แล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้เกี่ยวพันกับหลิ่วสือซุ่ย พวกเจ้าเห็นด้วยไหม? หรือว่าข้าต้องไปหาท่านเจ้าเร รือนปู้?”
หากสำนักชิงซานยอมรับว่าหลิ่วสือซุ่ยเป็นศิษย์ของชิงซาน อย่างนั้นเรื่องนี้ก็ย่อมต้องให้สำนักชิงซานเป็นคนรับผิดชอบ หากไม่ใช่ เช่นนั้นก็จะเป็นปัญหาของเรือนอี้เหมา
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “มาหาพวกข้าก็ได้”
หลิ่วสือซุ่ยคิดอยากจะอธิบายเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เสียหน่อย แต่เยวี่ยเชียนเหมินกลับไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย หากแต่ยังคงมองดูเจ้าล่าเยวี่ยแล้วกล่าวว่า “ข้าต้องพาเขาไปสอบถามหน่ อย”
สภาวะความสามารถของเยวี่ยเชียนเหมินอยู่เหนือเจ้าล่าเยวี่ย แต่สถานะและความอาวุโสภายในสำนักกลับอยู่ในระดับเดียวกับ