วไชเท้าและถั่วพุ่มเสียไปตั้งนานแล้ว ไม่สามารถกินได้อีก
จัวหรูซู่ยกล่าวถามว่า “ท่านหิวอย่างนั้นหรือ?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ในวัดมีแต่หัวไชเท้ากับผักกาดขาว จืดจะตาย”
จัวหรูซุ่ยตกใจเล็กน้อย ในใจคิดว่าคำพูดนี้ช่างเป็นกันเองจริงๆ อาจารย์อาหญิงเล็กเป็นพวกเดียวกับตนเองจริงๆ ด้วย
ทั้งสองคนขี่กระบี่บินออกไปจากสวนผัก
รอบๆ วัดกั่วเฉิงไม่มีเมือง เช่นนั้นก็ย่อมไม่มีร้านหม้อไฟ หากจะไปกินในหมู่บ้านก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไร ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจจะไปย่างอุ้งเท้าหมีกิน หรือไม่ก็ย่างเนื้อเสื อเสียหน่อย สัตว์ป่าที่ดุร้ายอย่างหมีและเสือย่อมต้องอยู่ในป่าลึก และสถานที่ที่เจ้าล่าเยวี่ยจะไปก็อยู่ในป่าลึกพอดี
ด้านที่หันหน้าไปทางตะวันออกของภูเขาลูกนั้นล้วนแต่เป็นผาที่สูงชัน ในตอนนั้นนางบรรลุสภาวะที่นี่ จากนั้นก็ร่วมมือกับหลิวสือซุ่ยโจมตีใส่นักพรตไท่ผิง
ในเวลานี้เอง กระบี่มิคำนึงพลันสั่นขึ้นมาเบาๆ
จัวหรูซุ่ยเองก็รับรู้ได้ถึงเจตน์กระบี่ชิงซานที่บริสุทธิ์และแหลมคมเป็นอย่างมาก
ทั้งสองคนมองไปยังด้านล่างหน้าผาที่สูงชัน
ในนั้นมีลำธารสายหนึ่ง ริมธารมีป่าอยู่แถบหนึ่ง
……
……
ในตอนที่เจ้าล่าเยวี่ยและจัวหรูซุ่ยหาผักดอง