มาก
เขารู้จักหลิ่วสือซุ่ย จึงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ในเวลานี้เจ้าควรจะถูกขังอยู่ในคุกกระบี่ของชิงซาน แต่ว่ากระทั้งมารชั่วอย่างไท่ผิง สำนักชิงซานก็ยังกล้าปล่อยออกมา แอ อบปล่อยเจ้าออกมาอีกสักคนก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร แต่ว่านั่นมันเป็นเรื่องของพวกเจ้า ข้าเองก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่ปีศาจจิ้งจอกตัวนี้เจ้าอย่าได้คิดที่จะปกป้อง ไม่อย่างนั้นอย่า าหาว่าพวกข้าไม่เกรงใจ”
เสี่ยวเหอเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวเสียงเยือกเย็นว่า “ท่านรู้ไหมว่าพวกข้ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับเจ้าสำนักชิงซาน!”
“เจ้าหมายถึงจิ๋งจิ่วน่ะหรือ? เป็นถึงสำนักชิงซาน แต่กลับเลือกเด็กน้อยมาเป็นเจ้าสำนัก นี่มันช่างน่าขันเสียจริง”
ผู้อาวุโสของสำนักคุนหลุนเฉินเหวินจ้องมองดวงตาของหลิ่วสือซุ่ยพลางกล่าวว่า “เจ้าอีกคน ตอนนี้เจ้าเป็นศิษย์ของเรือนอี้เหมา แต่กลับมาปกป้องปีศาจจิ้งจอกที่ชั่วช้า เจ้าเรือนปู้ส สอนเจ้ามาอย่างไรกัน?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลิ่วสือซุ่ยก็รู้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก จึงส่งสายตาบอกให้เสี่ยวเหอมายืนอยู่ข้างหลัง ก่อนจะมองอีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “มาเถอะ”
ศิษย์สำนักคุนหลุนงุนงงไปเล็กน้อย จากนั้นครู่หนึ่งถึงเข้าใจความหมายของเขา ภายในใ