?
ดังนั้นฉานจึจึงยอมรับข่าวลือนั้น หรือพูดอีกอย่างก็คือฝืนใช้ข่าวลือนั้นมาเกลี้ยกล่อมตัวเอง
จิ๋งจิ่วเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่จิ่งหยางทิ้งเอาไว้ ได้รับมรดกและของวิเศษที่เขาทิ้งเอาไว้ให้ ดังนั้นสภาวะถึงได้ยกระดับอย่างรวดเร็วเช่นนี้……
จนกระทั่งในวันนี้ ในที่สุดเขาก็รู้ความจริงของเรื่องนี้ จิตใจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
มาตรว่าวิชาฌานล้ำลึก มาตรว่าไม่มีความคิดวุ่นวายอะไรในใจ แต่สุดท้ายก็ต้องออกไปมองทะเลถึงจะสงบสติอารมณ์ลงได้
ชาร้อนเทลงไปในถ้วย ควันสีขาวที่บางเบาลอยขึ้นมา คล้ายหมอกบนท้องทะเลยามเช้า
สายตาของฉานจึมองทะลุหมอกขาวเหล่านั้นไปยังใบหน้าของจิ๋งจิ่ว น้ำเสียงนุ่มลึกเหมือนดั่งสายตา แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
จิ๋งจิ่วยกชาถ้วยนั้นขึ้นมาดื่มไปคำหนึ่ง ไอน้ำที่เป็นเหมือนดั่งก้อนเมฆบดบังใบหน้า น้ำเสียงลอยล่องเหมือนดั่งสายตา “มีเรื่องบางเรื่องที่ยังจัดการไม่เสร็จ”
นิ้วมือของฉานจึเคาะไปบนโต๊ะเบาๆ เสียงที่ฟังดูเป็นจังหวะพัดพาเอาไอน้ำที่อยู่บนถ้วยชาและใบหน้าของจิ๋งจิ่วออกไป ก่อนกล่าวว่า “เรื่องอะไร?”
จิ๋งจิ่ววางถ้วยชาลง กล่าวว่า “ไม่รู้”
คำพูดที่ฟังดูแปลกประหลาดนี