สวนจิ้งหยวนในอดีตได้พังพินาศไปแล้ว หลังจากนั้นราชสำนักได้ออกเงินบูรณะขึ้นมาใหม่ วัดกั่วเฉิงจึงถือโอกาสซ่อมแซมวัดด้านหลังที่เสียหายอย่างหนักไปด้วย
เหล่าสมณะวัดกั่วเฉิงมักจะไม่เก็บเงินค่ารักษาจากคนป่วย แต่ตอนที่ใช้เงินของราชสำนักกลับใช้อย่างเต็มที่
เจดีย์หินองค์นั้นยังอยู่ที่เดิม พื้นที่อยู่ด้านล่างเจดีย์มีตะไคร่น้ำสีเขียวงอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ร่องรอยของเวลา สำหรับผู้บำเพ็ญพรตแล้วยิ่งชัดเจน
จิ๋งจิ่วกับฉานจึนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่ในห้องฌานที่อยู่ในส่วนลึกของสวนจิ้งหยวนห้องนั้น
“ว่ากันว่าเจ้าเป็นลูกของเพื่อนเก่าของข้าผู้นั้น….”
ฉานจึจ้องมองดวงตาเขาพลางกล่าวว่า “ไหนลองเรียกท่านอาซิ”
จิ๋งจิ่วย่อมไม่มีทางเรียก กระทั่งจนถึงวันนี้เขายังคงไม่ลืมคำว่าสหายน้อยคำนั้น
ทุกอย่างชัดเจนแล้ว
ฉานจึหมุนตัวมองไปทางเจดีย์หินที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างองค์นั้น นิ่งเงียบเป็นเวลานาน
เมฆสีรุ้งก้อนหนึ่งพลันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ในนั้นมีอาสนะดอกบัวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นลางๆ
ฉานจึหายตัวไปจากสวนจิ้งหยวน มาอยู่บนอาสนะดอกบัว ก่อนจะนั่งอาสนะไปทางตะวันออก ชมท้องทะเล
ท้องทะเลที่อยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเช้าเปลี่ยนแปลงเป็นสีสันต่างๆ
หลังจากนั้นครึ่งชั่