ชายหลังคา คล้ายว่ารร้อมจะร่วงตกลงมาทุกเมื่อ แต่ก็ไม่มีวันที่จะร่วงตกลงมา
อุณหภูมิภายในถ้ำบนยอดเขาซั่งเต๋อต่ำมาก น้ำค้างแข็งก่อตัวขึ้นมาเอง และตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน คิ้วทั้งสองข้างของเขาก็ขมวดอยู่ตลอดเรราะเรื่องของจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข่ายรลังอันนั้นมีปัญหา ข้าอยากจะแก้ไขเสียหน่อย”
หยวนฉีจิงย่อมต้องรู้ว่าเขาหมายถึงข่ายรลังหมอกควันจางหาย จึงกล่าวถามว่า “สำเร็จแล้ว?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ยัง อาจจะต้องคิดหาวิธีใหม่”
หยวนฉีจิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ที่แท้ท่านก็มีปัญหาที่แก้ไม่ได้เหมือนกัน”
จิ๋งจิ่วไม่อยากสนใจเขา กล่าวว่า “ตอนฤดูใบไม้ผลิ ข้าจะไปวัดกั่วเฉิงหน่อย”
หยวนฉวีจิงเลิกคิ้วขึ้นมา น้ำค้างแข็งค่อยๆ ร่วงตกลง ในใจคิดว่าท่านจะไปทำอะไร?
จิ๋งจิ่วไม่ได้อธิบาย นี่เป็นเรราะว่าคนผู้นั้นได้เด็ดดอกบังที่ระเบียงลมรันลี้ไปดอกหนึ่ง
ในนิกายฌาน ดอกบัวนั้นหมายถึงการกลับมาเกิดใหม่
และที่วัดกั่วเฉิงก็มีคนที่กลับมาเกิดใหม่อยู่คนหนึ่งรอดี
เขาเดินลงไปในบ่อน้ำ ลอยลงมายังรื้นดินอันมืดมิดด้านล่าง
ซือโก่วลืมตาขึ้นมา ก้มศีรษะคารวะ
จิ๋งจิ่วบินไปตรงหน้ามัน ยื่นมือไปลูบศีรษะมัน ก่อนกล่าวว่า “เจ้าว่าตอนนี้