วยซ้ำ
แต่ลดลงก็คือลดลง ทุกคนต่างรู้ดีว่าหากยอมให้ทำเช่นนั้น สำนักจงโจวจะต้องรุกคืบอีกแน่
สำนักชิงซานย่อมไม่ยอมตกลงเรื่องนี้
นักพรตกว่างหยวนและผู้อาวุโสเยวี่ยเชียนเหมินจากสำนักจงโจวทะเลาะกันอย่างรุนแรงอยู่ในวัดจิ้งเจวี๋ยจนเกือบจะลงไม้ลงมือกัน
และในเวลานั้นเอง ฉานจึก็ได้พูดออกมาประโยคหนึ่ง ถึงได้ทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปถึงขั้นนั้น
ในตอนนั้นฉานจึกล่าวกับเยวี่ยเชียนเหมินว่า “เจ้าสู้นักพรตกว่างหยวนไม่ได้ เสียงดังไปจะมีประโยชน์อะไร?”
ในตอนที่กล่าวประโยคนี้ นักพรตกว่างหยวนไม่ได้หัวเราะ จิ๋งจิ่วไม่ได้หัวเราะ เจ้าล่าเยวี่ยเองก็ไม่ได้หัวเราะ
ผิงหย่งเจียเพิ่งจะหัวเราะออกมาก็ถูกหยวนฉวี่ฟาดไปทีหนึ่ง
ตอนนี้ฉานจึไม่มีทางช่วยชิงซานพูดอย่างแน่นอน ในคำพูดของเขาย่อมต้องมีความหมายที่ลึกซึ้งแฝงเอาไว้อยู่ เผลอๆ นั่นอาจจะเป็นการพูดกับชิงซานก็เป็นได้
จริงอยู่ที่เยวี่ยเชียนเหมินมิใช่คู่ต่อสู้ของนักพรตกว่างหยวน ในบรรดาเจ้าแห่งหุบเขาทั้งสิบสองคนของเขาอวิ๋นเมิ่งก็น่าจะไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของนักพรตกว่างหยวนได้
แต่ปัญหาก็คือ นักพรตกว่างหยวนเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักพรตไป๋กับนักพรตถานเช่นเดียวกัน
สำนักจงโจวมีสองทะลวง