นองค์ชายจิ่งซินเหล่านั้นเริ่มก่อความวุ่นวายอีกครั้งขอรับ”
จิ๋งจิ่วคิดในใจว่าตอนแรกน่าจะฆ่าจิ๋งซินไปเสีย หากปล่อยเอาไว้แบบนี้ สุดท้ายในอนาคตจะต้องเกิดความยุ่งยากอย่างแน่นอน เขากล่าวถามหยวนฉวี่ว่า “เจ้าเป็นอย่างไร?”
หยวนฉวี่รู้ว่าอาจารย์อาเจ้าสำนักถามถึงเรื่องงานประลองวิถีพรตในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย เขาถูมืออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะกล่าวเสียงอ่อยขึ้นมาว่า “ศิษย์ไร้ความสามารถ ได้มาแค่ที่สองขอรับ บ”
จิ๋งจิ่วรู้สึกไม่ค่อยพอใจจริงๆ เขาถามว่า “ที่หนึ่งคือใคร?”
หยวนฉวี่ก้มศีรษะกล่าวว่า “ศิษย์พี่หลิ่วสือซุ่ย เขาลงประลองในนามเรือนอี้เหมาขอรับ”
จิ๋งจิ่วคิดในใจ ที่แท้ก็แพ้ให้แก่สือซุ่ย จึงไม่ได้พูดอะไรอีก
……
……
ในช่วงเวลาหนึ่งปีมานี้ หลิ่วสือซุ่ยมีความสุขอย่างมาก เรียกได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาหนึ่งปีที่เขามีความสุขที่สุดนับตั้งแต่ที่เขาเข้าไปยังยอดเขาเหลี่ยงว่าง เรือนอี้เหมานั้นเหมา าะกับเขาจริงๆ ซีอี้อวิ๋นและศิษย์พี่คนอื่นๆ ล้วนแต่เป็นสุภาพบุรุษ เจ้าเรือนเองก็ให้ความสำคัญกับเขาอย่างมาก ตั้งใจสอนเขาเรียนหนังสือและบำเพ็ญเพียร แล้วยังให้เขาลงประลองในง งานชุมนุมเหมยฮุ่ยในฐานะตัวแทนของเรือนอี้เหมาอีก
แต่เรื่องที่เขามีความสุขที