จิ๋งจิ่งใช้เพลิงกระบี่ล้างหน้าพลางเดินมาที่ริมผา
เศษฝุ่นร่วงลงมาจากบนเสื้อผ้าของเขาตามจังหวะฝีเท้าของเขา ไม่นานก็สะอาดหมดจด คล้ายดอกบัวหลังฝนตก
กู้ชิงเดินตามอยู่ข้างกายเขา ใช้น้ำเสียงที่ราบเรียบกล่าวรายงานเรื่องราวสำคัญในชิงซานและโลกบำเพ็ญพรตในช่วงเวลาหนึ่งปีมานี้ออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นภาพนี้ จัวหรูซุ่ยคิดในใจว่านี่มันเหมือนกับขันทีหรือขุนนางใจคดที่พบเห็นได้บ่อยๆ หนังสือมิใช่หรือ? จึงอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
จิ๋งจิ่วมองดูเขา
จัวหรูซุ่ยรีบเบี่ยงตัวเปิดทาง ก่อนกล่าวว่า “เก้าอี้ไม้ไผ่ข้าเช็ดให้แล้ว”
จิ๋งจิ่วนอนลงไปบนเก้าอี้ไม้ไผ่
กู้ชิงยืนอยู่ข้างกายเขาพลางกล่าวต่อว่า “กั้วหนานซานมาหาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ก็เคยมา เรื่องที่เขาพูดยังคงเป็นเรื่องที่อี้โจวเรื่องนั้นขอรับ”
จิ๋งจิ่วหลับตา ไม่ได้พูดอะไร ดูเหมือนอากาศในฤดูใบไม้ผลิของวันนี้ช่างดีจริงๆ
จัวหรูซุ่ยมองไปบนท้องฟ้า ภายในใจลอบถอนใจอย่างอิจฉา
สุดท้ายกู้ชิงกล่าวว่า “สำนักเสวียนหลิง ต้าเจ๋อและสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยส่งจดหมายมาถามหลายครั้ง พวกเขาอยากจะทราบว่าจะจัดงานฉลองขึ้นเมื่อไรขอรับ”
หากมีเพียงเท่านี้ เขาคงไม่รู้สึกกดดันอะไรนัก แต่สิ่งสำคัญก็คือทางยอ