าตระกูลทั้งสองคงจะจบสิ้นแล้ว
กู้ชิงมองดูสีหน้าเขา ก่อนกล่าวปลอบว่า “ข้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควร”
กั้วหนานซานส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “หากบ้านล่มจม คนย่อมล้มตาย”
กู้ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ตอนที่พวกเขาก้าวออกมา พวกเขาก็น่าจะรู้แล้วว่านี่เป็นการเอาตระกูลทั้งตระกูลของตัวเองมาเป็นเดิมพัน ตอนนี้ที่ตระกูลกู้สามารถบดขยี้พวกเขา าและตระกูลอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย นั่นเป็นเพราะว่าตอนนี้ข้าเป็นศิษย์คนแรกของเจ้าสำนัก แต่หากวันนั้นพวกเขาทำสำเร็จล่ะ? ท่านคิดว่าตระกูลกู้ตอนนี้จะเป็นอย่างไร?”
กั้วหนานซานเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไร
กู้ชิงดื่มชาดำในถ้วยจนหมด นั่งอย่างเงียบๆ อยู่เป็นเวลานาน
ลมฤดูใบไม้ผลิด้านนอกหน้าต่างค่อนข้างเย็น
สุดท้ายจัวหรูซุ่ยก็ไม่ได้กลับมา
เขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะกลับไปแล้ว จึงลุกขึ้นเดินออกมาจากกระท่อม มุ่งหน้าขึ้นไปบนยอดเขา
เมื่อมาถึงยอดเขา เขาถึงได้พบว่าจัวหรูซุ่ยได้มาอยู่ที่นี่แต่แรกแล้ว จึงอดรู้สึกงุนงงไม่ได้
“ศิษย์พี่จัว ทำแบบนี้มันผิดกฎนะ”
“กฎบ้ากฎบออะไร? คนอื่นพูดก็ว่าไปอย่าง นี่เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าสำนักจริงๆ หรือ?” จัวหรูซุ่ยนอนลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่อยู่ริมผาตัวนั้น หรี่