ตาเล็กน้อย อาบแสงแดดในฤดูใบไม้ ผลิ จากนั้นกล่าวว่า “ข้ามาเที่ยว ไม่ได้มาคุยธุระอะไร หรือข้าต้องไปรออยู่ในกระท่อมหลังนั้นด้วย?”
กู้ชิงคิดในใจว่ามันก็จริงอย่างว่า จึงยิ้มเยาะตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนกล่าวถามว่า “ท่านไปเดินเล่นที่ไหนมาบ้าง?”
จัวหรูซุ่ยชี้ไปยังที่แห่งหนึ่งตรงด้านล่างหน้าผา ก่อนจะกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “พื้นหญ้าตรงนั้นนอนตากแดดสบายทีเดียว แล้วยังมีม้าด้วย ข้าขี่มันไปครู่หนึ่ง”
กู้ชิงกล่าวอย่างนับถือว่า “ท่านเป็นคนแรกที่คิดจะขี่เจ้านั่นเลยนะเนี่ย นอกจากลิงพวกนั้น”
ศิษย์ชิงซานขี่กระบี่ มีใครที่อยากจะขี่ม้ากัน?
จัวหรูซุ่ยหรี่ตา ก่อนกล่าวอย่างภูมิใจว่า “ข้าไม่ใช่คนปกติ”
กู้ชิงกล่าวทอดถอนใจว่า “มันก็ใช่ คนที่กล้านอนบนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนี้ ท่านก็เป็นคนแรกเหมือนกัน”
ในขณะที่พูด ประตูหินของถ้ำก็ค่อยๆ เปิดออก จิ๋งจิ่วเดินออกมา
กู้ชิงรีบเข้าไปคารวะ
จัวหรูซุ่ยยืนขึ้นมา สองตาเบิกกว้าง คล้ายว่าเมื่อครู่นี้ไม่ได้นอนมาก่อน เหมือนว่าชั่วชีวิตนี้ไม่เคยนอนมาก่อน