ตรงนี้ เขาก็อดมองไปทางจัวหรูซุ่ยไม่ได้
ปัญหาก็คือเรื่องนี้มันด่วนมากจริงๆ หากล่าไปอีกหนึ่งปี ใครจะรู้บ้างว่าสถานการณ์ทางอี้โจวจะเป็นอย่างไร
หากเป็นเมื่อก่อน หรือว่าตอนที่อาจารย์หลิ่วฉือยังเป็นเจ้าสำนัก เขาคงจะส่งคนไปที่อี้โจวโดยที่ไม่ต้องคิดเลย แต่ตอนนี้…..
จัวหรูซุ่ยไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ คล้ายรู้สึกค่อนข้างเบื่อหน่าย เขาลุกขึ้นยืนพลางกล่าวว่า “ข้าไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็หาวออกมาทีหนึ่งก่อนจะเดินออกไปจากกระท่อมไม้
กู้ชิงมองดูแผ่นหลังของเขา ในใจครุ่นคิดว่าหรือเมล็ดพันธุ์แห่งเต่าแต่กำเนิดจะฉลาดมาแต่กำเนิดด้วย?
“ข้าไม่สนว่าคนที่อยู่ที่เมืองอี้โจวจะเป็นหวังเสี่ยวหมิงหรือว่าเป็นซูจึเย่อย่างที่เจ้าสำนักบอกเอาไว้ แต่ความเคลื่อนไหวทางด้านนั้นมันใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์ดูคล้ายจะยิ งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ”
กั้วหนานซานกล่าวอย่างจริงจังว่า “ต่อให้ไม่คิดจะจัดการ แต่อย่างน้อยเราก็ต้องส่งคนไปดู ไม่อย่างนั้นหากสำนักจงโจวคิดจะยื่นมือเข้ามาในดินแดนทางใต้จริงๆ จะทำอย่างไร?”
สีหน้าของกู้ชิงเองก็จริงจังเป็นอย่างมาก กล่าวว่า “ข้ายังห่างจากแหวกทะเลอีกไกล”
คำพูดนี้มีความหมายชัดเจน ไม่