ไปไม่ใช่หรือ?”
หยวนฉีจิงกล่าวว่า “เขาเอาอย่างท่าน”
จิ๋งจิ่วคิดถึงภาพตอนที่ตัวเองบอกลาครอบครัวตระกูลจิ๋ง ครอบครัวกั๋วกงและฮ่องเต้ในเมืองเจาเกอ จากนั้นนิ่งเงียบไปครู่
……
……
เขาลอยตามแสงอาทิตย์ลงไปยังด้านล่างบ่อน้ำอันมืดมิด
ซือโก่วลืมตาขึ้นมา ก้มศีรษะคารวะให้เขาเล็กน้อย
จิ๋งจิ่วคารวะกลับไป ก่อนจะเดินเข้าไปในส่วนลึกของคุกกระบี่
ห้องขังของไป๋หรูจิ้งและเจี่ยนหรูอวิ๋นอยู่ห่างกันไม่ไกล อยู่ค่อนข้างใกล้กับโถง สภาพแวดล้อมถือว่าไม่เลว
ห้องขังทั้งสองห้องล้วนแต่เงียบสงบ คนหนุ่มที่โกรธเกรี้ยวอาจจะตะโกนด่าอยู่หลายวันหลายคืน แต่สุดท้ายก็ต้องหมดแรงไป ส่วนไป๋หรูจิ้งไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่
เขาย่อมไม่ได้มาหาเจี่ยนหรูอวิ๋นและไป๋หรูจิ้ง
เมื่อมาถึงโถงใหญ่ เขามองไปทางอุโมงค์ทางด้านขวามือที่เต็มไปด้วยเจตน์กระบี่ สายตามองไปยังประตูหินของห้องขังที่ปิดแน่นบานนั้น
เสวี่ยจีที่อยู่ในห้องขังรับรู้ได้ถึงการมาของเขา จึงหมุนตัวมองมาทางประตูหินของห้องขัง
สายตาของทั้งสองประสานกันโดยมีประตูหินและเจตน์กระบี่อันหนาทึบขวางกั้น จากนั้นนิ่งเงียบไปเป็นเวลานาน
ถึงเวลาหลาย
จิ๋งจิ่วกล่าวประโยคหนึ่งก่อนจากไป
“ข้ามีเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวใหม่ จะแลกไหม?”
เสวี