ขึ้นมาจริงๆ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจะไปอธิบายต่อปรมาจารย์รุ่นก ก่อนๆ อย่างไร สิ่งสำคัญก็คือหากข่าวนี้แพร่กระจายออกมามันจะฟังดูไม่ดี
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “อย่าตายอยู่ในสำนักก็พอ”
นี่ก็หมายความว่าต่อให้ศิษย์หนุ่มเหล่านี้ต้องตายหลังจากถูกขับออกจากชิงซาน เขาก็ไม่แม้แต่ละเหลือบมองดู
เรื่องที่ชิงซานต้องอับอายขายหน้าเขาก็มิได้รู้สึกใส่ใจแม้แต่น้อย มันไม่ใช่ว่าเขาไปหยิบหมวกลี่เม่ามาโดยไม่จ่ายเงินเสียหน่อย
กู้ชิงรู้สึกจนปัญญา เขาเดินออกมาจากในถ้ำแล้วเดินลงเขาไปอีกครั้ง ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงร้องของวานรดังมาจากด้านล่างหน้าผา ผ่านไปไม่นานเขาก็วกกลับมาใหม่อีกครั้ง ก่อนจะกล่าว กับจิ๋งจิ่วว่า “ศิษย์พี่กั้วหนานซานจะขอเข้าพบท่านให้ได้ขอรับ ส่วนรายละเอียดเป็นเรื่องอะไรเขาไม่ได้บอกขอรับ”
จิ๋งจิ่วคิดในใจว่าเป็นเจ้าสำนักมันยุ่งยากจริงๆ ด้วย จึงส่งสัญญานบอกให้เขาพาอีกฝ่ายเข้ามา
กั้วหนานซานมาถึงในถ้ำ ก่อนจะคารวะอย่างตั้งใจ จากนั้นเริ่มกล่าวรายงาน
มีข่าวส่งมาจากทางอี้โจวว่าประมุขนิกายเสวียนอินที่เรียกตัวเองว่าหมิงหวังได้เผยร่องรอยออกมาอีกครั้ง เขากำลังแอบรวมพลลูกศิษย์เก่าๆ ของนิกายอยู่
ยอดเขาเหลี่ยงว่างเตรียมส่งลูกศิษย์ไปตรวจ