อาต้ารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างรุนแรง หากมิเป็นเพราะมีสภาวะที่สูงส่ง เกรงว่ามันคงจะระเบิดตัวเองกลายเป็นดอกหญ้าแล้ว
มันเงยหน้ามองหนานว่าง ทำสีหน้าน่าสงสาร เพื่อบอกว่ากระทั่งตัวจิ๋งจิ่วก็อาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
“เขาเหมือนจะเคยไปสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย”
หนานว่างมองดูยอดเขาเสินม่อที่อยู่ฝั่งตรงข้าม พลางพูดพึมพำกับตัวเอง
อาต้าร้องเมี้ยวออกมา ในใจคิดว่าตอนนั้นข้าไม่ได้อยู่ข้างกายเขา
หนานว่างเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนกล่าวสั่งสอนว่า “เจ้าอยู่ข้างกายเขามานานหลายปีขนาดนี้ แต่กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย? กลับไปแล้วคอยจับตาดูให้ดีหน่อย!”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ นางก็โยนมันขึ้นไปบนฟ้า
ในยอดเขาทั้งเก้า ยอดเขาซื่อเยวี่ยและยอดเขาซีไหลอยู่ใกล้กันมากที่สุด ห่างกันแค่เสาหินแท่งหนึ่ง
ยอดเขาเสินม่อโดดเดี่ยวที่สุด ต่อให้เป็นยอดเขาชิงหรงที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ยังอยู่ห่างกันหลายลี้
แล้วก็มีเพียงยอดฝีมือขั้นทะลวงสวรรค์อย่างหนานว่างเท่านั้นถึงจะสามารถโยนแมวออกไปได้ไกลขนาดนี้
อาต้ากลายเป็นเงาสีขาว ลอยทะลุทะเลเมฆและท้องฟ้าหลายเป็นเส้นโค้ง ก่อนจะตกลงบนยอดเขาเสินม่อ
เสียงตู้มดังสนั่น เศษหินแตกกระจาย
กู้ชิง หยวนฉวี่และผิงหย่งเจ