ิ้งกล่าวด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง
เขาเป็นตัวแทนยอดเขาเทียนกวง แต่กลับก้าวออกมาคัดค้านคำสั่งเสียของเจ้าสำนัก!
หลังจากนั้นผู้อาวุโสเหอแห่งยอดเขาซีไหลและผู้อาวุโสคนอื่นอีกสองสามคนก็ลงมาบนยอดเขา
คนที่ลงมาบนยอดเขามีจำนวนเยอะขึ้นเรื่อยๆ
เสียงถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าศิษย์ชิงซานก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ฮือฮา
สถานการณ์ค่อนข้างวุ่นวาย ดูแล้วเหมือนจะไม่สามารถควบคุมได้
หยวนฉีจิงมองไปรอบๆ สายตาเย็นยะเยือกเป็นอย่างยิ่ง
เสียงทั้งหมดเงียบหายไป
ท้องฟ้ายามเย็นปกคลุมยอดเขา
เหล่าศิษย์หนุ่มสาวขี่กระบี่ลงมายืนอยู่ด้านหลังอาจารย์ของแต่ละยอดเขา ภายในใจรู้สึกตื่นเต้นกระวนกระวาย
เหล่าคนสำคัญที่สามารถตัดสินอนาคตของชิงซานได้อย่างแท้จริงเหล่านั้นยังไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา
สีหน้าของฝูว่างที่เป็นเจ้าแห่งยอดเขาอวิ๋นสิงดูแย่เป็นอย่างมาก
ถ้าหากชื่อที่เขียนอยู่ในคำสั่งเสียของเจ้าสำนักคือชื่อของฟางจิ่งเทียนหรือนักพรตกว่างหยวน หรือต่อให้เป็นหนานว่าง เขาก็ยังพอจะยอมรับได้ แต่ว่า….จิ๋งจิ่วเนี่ยนะ?
กระทั่งศิษย์หนุ่มคนหนึ่งเขาก็ยังเทียบไม่ได้อย่างนั้นหรือ?
“ข้าเองก็คิดว่าคำสั่งเสียของท่านเจ้าสำนักไม่เหมาะสม”
ฝูว่างไม่ได้สงสัยว่าคำ