งบรรลุสภาวะ ถึงห้าขั้น สามารถคิดคำนวณออกมาได้อย่างง่ายดายเลยว่าผู้บำเพ็ญพรตที่สามารถเดินไปถึงขั้นนั้นได้นั้นเรียกได้ว่ามีแค่หนึ่งในพัน
ผู้บำเพ็ญพรตบางคนมีพรสวรรค์ไม่พอ แต่กลับมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะใช้วันเวลามาทำให้ตนเองก้าวข้ามประตูบานนั้นไปให้ได้ แต่ปัญหาก็คือสภาวะของเจ้าไม่สูงพอ แล้วเจ้าจะมีวันเว วลามากน้อยเท่าไหร่ล่ะ?
ดังนั้นผู้บำเพ็ญพรตจำนวนมากจึงรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าตนเองไม่มีหวังที่จะได้บรรลุกลายเป็นเซียน จากนั้นก็มั่นใจว่าตนเองจะหยุดอยู่ในสภาวะใดสภาวะหนึ่งไม่ก้าวหน้าไปไหน รู้ว่าตนเอง งจะมีชีวิตอยู่ในสภาวะนี้ แล้วก็จะตายไปในสภาวะนี้
เป็นเรื่องที่น่าสิ้นหวังอย่างมาก
แต่ก็เหมือนกับการตายของคนธรรมดา เมื่อเรื่องที่สิ้นหวังเกิดบ่อยครั้งขึ้นมันก็จะกลายเป็นเรื่องปกติไปโดยปริยาย
นี่สามารถเรียกได้ว่าเป็นความด้านชา แต่ความจริงแล้วมันก็คือการที่ไม่ไปคิดถึงมัน
หมิงกั๋วซิ่งก็คือศิษย์ชิงซานคนหนึ่งที่เป็นแบบนี้ เขาบรรลุเข้าสู่สภาวะขั้นมิประจักษ์ได้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว หลังจากนั้น…ไม่มีหลังจากนั้นแล้ว
หลายปีมานี้เขารับผิดชอบหน้าที่จดบันทึกรายชื่อผู้ที่มาเยือนชิงซานอยู่ตรงประตูสำนัก ได้ชื่อว่