งราวเหล่านี้ จึงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ในใจครุ่นคิดว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ฝูว่างที่เป็นเจ้าแห่งยอดเขาอวิ๋นสิงกวาดตามองดูใบหน้าคนเหล่านั้น รู้ว่าตนเองไม่ได้มีผู้สนับสนุนเท่าไหร่ ในใจลอบถอนใจออกมาพลางกล่าวว่า “ยอดเขาอวิ๋นสิงขอเสนอศิษย์พี่ฟาง”
ความคิดของเขาเองก็เรียบง่ายอย่างมากเช่นเดียวกัน ต่อให้ไม่มีหวัง ก็ต้องทำให้สถานการณ์มันวุ่นวายเล็กน้อย ใครจะรู้บ้างว่าสุดท้ายมันจะเกิดอะไรขึ้น
สิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจก็คือเฉิงโหยวเทียนที่เป็นเจ้าแห่งยอดเขาปี้หูที่ปกติมักจะนิ่งเงียบในสถานการณ์แบบนี้กลับเอ่ยขึ้นมาว่าเขาสนับสนุนหยวนฉีจิง
เหลยพั่วอวิ๋นที่เป็นเจ้าแห่งยอดเขาปี้หูคนก่อนหน้าตายภายใต้กระบี่ของหยวนฉีจิง ไม่รู้ว่าระหว่างทั้งสองคนนี้มีความสัมพันธ์อะไรกัน
ผู้อาวุโสที่เป็นคนสำคัญของสำนักชิงซานอีกสองสามคนก็ก้าวออกมาเช่นเดียวกัน ก่อนจะเสนอชื่อของคนที่ตนเองอยากจะให้เป็นเจ้าสำนัก สถานการณ์ดูวุ่นวายขึ้นมาเล็กน้อย
เหล่าศิษย์รุ่นที่สามของชิงซานย่อมไม่กล้าพูดอะไร อารมณ์เองก็ขยับขึ้นลงตามชื่อเหล่านั้น
กั้วหนานซานรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ กังวลว่าสำนักชิงซานจะเกิดความวุ่นวาย แต่ต่อให้เขาเป็นศิษย์คนแรกของสำนักชิงซ