ึ้นมา
……
……
ระเบียงลมพันลี้
ลม พัดโบกพันหมื่นปีไม่ขาดสาย
ลมตรงปากทางเข้าค่อนข้างเบา ดังนั้นที่นั่นจึงพอจะมีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่บ้าง มีคนธรรมดาอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง เพียงแต่การค้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เสี่ยวเหอนั่งมือเท้าคางอยู่ริมหน้าต่าง มองไปบนถนนที่ไม่มีผู้คนสัญจรไปมามาสองสามวันแล้ว รู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นเอง นางมองเห็นภาพภาพหนึ่ง ใบหน้าพลันขาวซีดไปทันที
……
……
รถม้าคันหนึ่งเคลื่อนตัวมาจากเนินเขา
อินเฟิ่งยืนอยู่บนหลังคารับสายลม ขนของมันยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก็เหมือนกับอารมณ์ของมันในเวลานี้
อาจารย์สำนักเสวียนอินนั่งอยู่บนขอนไม้หน้ารถม้า ผมที่เบาบางถูกลมพัดจนดูยุ่งเหยิงยิ่งกว่า
เสียงขลุ่ยที่ฟังดูมีชีวิตชีวาเสียงหนึ่งดังลอยออกมาจากในตู้โดยสารบนรถม้า
ไม่ใช่บทเพลงกล่อมเด็กของแม่น้ำหมิง แล้วก็ไม่ใช่บทเพลงการกางปีกลายเป็นเซียน หากแต่เป็นเพลงสั้นหวงเหมยที่ธรรมดาอย่างมากในโลกมนุษย์
มีเพียงคนที่อยู่ในตู้โดยสารผู้นั้นและจิ๋งจิ่วเท่านั้นที่รู้ว่าหลิ่วฉือคือคนเมืองหวงเหมย
……
……
กระบี่สามฉื่อ
กระบี่พิณวิจิตร
กระบี่สุญตา
กระบี่สุริยันหวนกลับ
กระบี่น้ำขึ้น
กระบี่มิคำนึง
กระบี่ไร้อัตตาที่อยู่ไกลถึงระเบียง