แสงดาวส่องลงมาบนแผ่นกระเบื้องหลังคาบนตำหนัก มองดูคล้ายน้ำตาลที่เคลือบอยู่บนผิวของผลไม้
ภายในตำหนักไม่ได้จุดไฟ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด แต่มันไม่ได้มีผลใดๆ ต่อจิ๋งจิ่วและฮ่องเต้
พวกเขาอยู่ห่างกันสิบกว่าจ้าง นั่งหันหน้าเข้าหากัน
เวลานี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน พื้นที่เย็นเล็กน้อยให้ความรู้สึกที่สบาย
ฮ่องเต้กล่าวว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ข้ายังอยู่ได้อีกหลายปี”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม จากนั้นพบว่าแบบนี้คล้ายจะเย็นชาไปหน่อย จึงกล่าวว่า “ข้าเคยบอกแล้ว เจ้าไม่ควรจะฝากความหวังเอาไว้กับวิถีนอกรีตอย่างการกางปีกอะไรแบบนี้”
ฮ่องเต้หัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ถ้าหากไม่สามารถออกไปได้ แม้นจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหลายปี แล้วมันจะมีความหมายอันใดล่ะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “อยู่ต่อไปได้อีกปีก็มีความหวังมากขึ้นอีกหน่อย”
ฮ่องเต้หยิบเอาไข่ของนกจูเชวี่ยใบนั้นออกมาจากในแขนเสื้อ ลูบไล้มันอย่างแผ่วเบาพลางกล่าวว่า “ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นเหมือนอย่างท่าน คนเหมือนอย่างพวกข้ามีพรสวรรค์ไม่พอ ถ้าคิดอ อยากจะบรรลุกลายเป็นเซียน ก็มีแต่ต้องหยิบยืมสิ่งของภายนอกมาช่วยเหลือ”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “แต่มันฟักออกมาไม่ได้”
ไข่นกจูเชวี่ยใบนี้ไม่สามารถฟักออกมาได