จิ๋งจิ่วเข้าใจถึงความรู้สึกหดหู่ของหยวนฉีจิง ก็เหมือนกับที่เข้าใจทุกคนอย่างนั้น
หากเป็นเมื่อก่อน เขาไม่มีทางสนใจอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้เห็นแก่ที่หยวนฉีจิงจัดการกับฟางจิ่งเทียนอย่างเด็ดขาด เขาจึงตัดสินใจที่จะปลอบอีกฝ่ายเสียหน่อย
“เจ้าเองก็แข็งแกร่งขึ้นแล้ว” เขากล่าวกับหยวนฉีจิง
นี่เป็นคำชื่นชมที่สูงส่งอย่างมาก ครั้งนี้หยวนฉีจิงถูกหนานชวีลอบโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาไม่ได้รู้สึกท้อแท้แม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
สำหรับยอดคนขั้นทะลวงสวรรค์แล้ว ต่อให้เป็นการก้าวไปข้างหน้าแค่เพียงหนึ่งก้าว มันก็ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมาก
“ในตอนที่ป่วยบ่อยใกล้จะตาย คนเรามักจะปล่อยวางเรื่องบางเรื่องได้ง่าย แล้วก็ย่อมต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วยเช่นกัน”
หยวนฉีจิงกล่าวว่า “หากว่ากันตามคนธรรมดาล่ะก็ นี่น่าจะเรียกว่าสติพลันชัดเจนขึ้นมาก่อนตายสินะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “คำพูดที่ไม่เป็นมงคลพูดให้น้อยหน่อย”
หยวนฉีจิงอยากจะถามว่าในเมื่อยังมีเวลาอีกปีกว่า เหตุใดเขาถึงออกมาจากการเก็บตัวก่อนกำหนด แต่พอได้ยินคำขอของเขาก็หุบปากลงไป
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “งานชุมนุมใจพิสุทธิ์ใครจะไป?”
จากที่เซ่อเซ่อบอกมาในต