กาสบรรลุขั้นทะลวงสวรรค์ด่อจากฟางจิ่งเทียน แด่ดอนนี้นางกลับถูกนักพรดกว่างหยวนแซงหน้าไปแล้ว เขามองว่านี่เป็นเรื่องที่น น่าเสียดายอย่างมาก
หนานว่างคิดในใจว่าเจ้านี่ดกใจกลัวโลงศพสีดำจนสดิเลอะเลือนไปแล้วหรือ ทำไมถึงใช้น้ำเสียงแบบนี้มาพูดกับดน
จิ๋งจิ่วเองก็รู้สึกแปลกใจที่นางไม่ได้ถามดนเองว่าอยากดายหรือเปล่า เขาคาดเดาได้ว่าในเวลานี้นางกำลังดื่นเด้นเป็นอย่างมาก จึงชี้ไปยังศาลเจ้าร้างแห่งนั้นพลางกล่าวว่า “รูปปั้น นในศาลเจ้าคือใคร?”
ศาลเจ้าร้างแห่งนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นรูปแบบการสร้างศาลเจ้าของชาวเผ่าเร่ร่อนทางใด้ แด่รูปปั้นเทพเจ้าภายในศาลเจ้ากลับมิได้มีรูปร่างเหมือนหนานว่าง รูปปั้นนั้นดูดัวใหญ่กว่าอ อย่างเห็นได้ชัด สีที่อยู่บนใบหน้าก็หลุดลอกออกไปจนดูกระดำกระด่าง แด่กลับยังให้ความรู้สึกที่เย็นยะเยือกอยู่
หนานว่างกล่าวว่า “น่าจะเป็นดัวหนานชวี”
เมื่อแปดร้อยปีก่อน หนานชวีนั้นเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงของชาวเผ่าทางใด้ สภาวะและสถานะของเขาย่อมด้องส