ซานตั้งอยู่
ใบหน้าของหนานเจิงขาวซีดยิ่งกว่าเขา ในใจครุ่นคิดว่านี่มันตัวอะไรกัน เจอผีจริงๆ อย่างนั้นหรือ?
เด็กผู้ชายคนนั้นคล้ายรู้ว่านางกำลังคิดอะไร จึงกล่าวว่า “ก็อย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ ข้าคือผีกระบี่ เจ้าเรียกข้าว่ากุมารกระบี่ก็ได้”
หนานเจิงย่อมต้องรู้ว่าผีกระบี่คืออะไร แต่โลกนี้จะมีผีกระบี่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
ไม่ว่าจะเป็นผีกระบี่หรือว่าจิตทารก ก่อนที่ร่างเดิมจะหายไปก็ล้วนแต่ไม่มีสติปัญญาและดวงจิตเป็นของตัวเอง แต่เห็นได้ชัดว่าเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่บนโลงศพผู้นั้นมิใช่ผีกระบี่เ เช่นนั้น
“คุ้มครองข้าให้ดี อย่าให้สัตว์ป่าเหล่านั้นมาปลุกข้าตื่น”
กุมารกระบี่กล่าวจบประโยคนี้ก็ลอยออกไป ไม่นานก็หายไปในหมู่เขาที่อยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืน
หลังจากนั้นครู่ใหญ่ หนานเจิงจึงค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง นางยกขาที่หนักอึ้งเดินไปตรงหน้าโลงศพสีดำ ก่อนจะมองลงไปในรอยแยกอย่างตื่นเต้น
ร่างที่ผอมแห้งเหมือนท่อนไม้ของหนานชวียังคงอยู่ในโลงศพ ไม่มีพลังใดๆ คล้ายตายไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น
……
……
ด้านหน้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยมีเนินเล็กๆ อยู่เนินหนึ่ง ด้านล่างเนินมีต้นท้อต้