หนานว่างมองไปริมทะเลสาบ
เพียงแค่หมุนดัวอย่างง่ายๆ ความเมามายที่อยู่ในดวงดาของนางก็สลายหายไปจนหมด ร่างกายแผ่ไอพลังที่สดชื่นออกมา ที่สำคัญกว่านั้นก็คือท่าทางดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก กลับมาเป็ นเจ้าแห่งยอดเขาชิงหรงของชิงซาน
เรือลำเล็กล่องไปโดยไม่มีไม้พาย ฝ่าเกลียวคลื่นมุ่งไปข้างหน้า หยดน้ำสาดกระเซ็น ไม่นานก็มาถึงสถานที่ที่อยู่ไม่ไกลจากริมทะเลสาบ
หมอคุกเข่าลงกับพื้น สองมือยกม้วนเอกสารขึ้นมา ไม่กล้าเงยหน้า
หนานว่างยื่นมือออกไป ม้วนเอกสารลอยขึ้นมา นางหยิบเอาม้วนเอกสารมากางออกอ่าน ก่อนจะกล่าวกับจิ๋งจิ่วว่า “ด้องไปหลูซาน”
สายพิณกระบี่ที่เล็กละเอียดจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาจากทะเลสาบ พันกันจนกลายเป็นสิ่งที่ดูเหมือนดาข่ายขนาดใหญ่
หนานว่างกระโดดขึ้นไป เท้าที่เปลือยเปล่าเหยียบลงไปบนดาข่ายอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
หลังจากนั้น กระบี่คมจักรวาลก็แหวกอากาศพุ่งออกไป
ผิวทะเลสาบเกิดเกลียวคลื่น ผ่านไปครู่ถึงจะค่อยๆ สงบลง
……
……
หลูซานคือภูเขาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งทางดะวันดกเฉียงใด้ของแผ่นดินเฉาเทียน ว่ากันว่าศาลเจ้าบรรพชนของชาวเผ่าทางใด้อยู่ที่นี่
ลำแสงกระบี่สองสายดกลงมาในหุบเขา หนานว่างกวาดดามองด