าลืมพาไก่กับแมวไปด้วย”
หยวนกุยที่แอบฟังทั้งสามคนคุยกันมาตลอด เมื่อได้ยินประโยคนี้ก็ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่
หลิ่วฉือกล่าวว่า “ไป๋กุ่ยนั้นพาไปได้อยู่ แต่อินเฟิ่ง…. ท่านแน่ใจนะว่าจะพามันไป?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้ามีป้ายชีวิตของมันอยู่”
“พวกเราออกไปกันหมด หากศัตรูลอบโจมตีชิงซานจะทำอย่างไร?”
เสียงของหยวนฉีจิงดังออกมาจากในกระบี่สามฉื่อ
เขากำลังกังวลว่าอาจมียอดฝีมือบางคนของสำนักจงโจวหรือว่าเผ่าหมิงฉวยโอกาสที่ชิงซาน ‘ยกขโยงกันออกไป’ เข้ามาลอบโจมตีชิงซาน
เมื่อสามร้อยปีก่อนก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นมา หมิงซือพายอดฝีมือลอบเข้ามาในชิงซาน จากนั้นก็ถูกนักพรตจิ่งหยางสังหารจนดวงจิตแตกสลาย แต่ปัญหาก็คือตอนนี้ไม่มีนักพรต จิ่งหยางแล้ว ซือโก่วก็เฝ้าคุกกระบี่อยู่ หยวนกุยนอนอาบแดด ศิษย์ธรรมดาเหล่านั้นอาจจะถูกทำร้ายได้
จิ๋งจิ่วมองไปยังกระบี่สามฉื่อที่อยู่ด้านนอกหน้าผา “ไม่ต้องเป็นห่วง ให้เจ้าสี่คอยเฝ้าอยู่ที่นี่ คนอื่นๆ ยกขโยงกันออกไป”
หลิ่วฉือส่งเสียงอืมหนึ่งครั้ง สองครั้ง
หยวนฉีจิงส่งเสียงเหอะออกมาเบาๆ
ทุกคนในชิงซานทางไปทำศึกที่ทะเลตะวันตก อย่างนั้นต่อให้มียอดฝีมือลอบเข้ามาในชิงซาน แต่พวกเขาจะทำร้ายใครได้