ชิงเอาไป
แต่ความจริงที่ทำให้นางรู้สึกสิ้นหวังก็คือชิงซานยังคงน่ากลัวเป็นอย่างมาก
อย่าว่าแต่จะล้างแค้นเลย กระทั่งอยากจะพบหน้าเจ้าแห่งยอดเราชิงหรงก็ยังเป็นไปได้ยาก
ในรณะที่กำลังรู้สึกท้อแท้ นางได้กลับมายังทางใต้และปิดบังชื่อแซ่ จนกระทั่งถึงวันนี้
คนทั้งหมู่บ้านล้วนแต่ตายกันไปหมดแล้ว ยกเว้นนาง
หนานเจิงมองดูศพชาวบ้านที่นอนตายอยู่หน้าประตูบ้านตัวเองและบนหาดทราย รับรู้ถึงความเงียบสงัดรอบตัวและเสียงคลื่นซัดสาดที่ดังราวเสียงฟ้าคำราม ใบหน้ารองนางแปรเปลี่ยนเป็นราวซีด มองไปยังเมฆหมอกก้อนนั้น ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ
เสียงที่แก่ชราอย่างมากเสียงหนึ่งดังออกมาจากในหมอก “เจ้าเป็นคนใต้?”
เสียงรองหนานเจิงสั่นเครือเบาๆ “ชะ..ใช่”
เสียงที่แก่ชราเสียงนั้นกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นคนใต้ เช่นนั้นร้าก็จะไม่ฆ่าเจ้า”
หนานเจิงกล่าวถามอย่างหวาดกลัวว่า “หรือท่านเป็นผู้อาวุโสคนในภายในเผ่า?”
เสียงที่แก่ชราเสียงนั้นกล่าวว่า “ร้าเป็นบรรพบุรุษรองเจ้า”
เมฆหมอกค่อยๆ สลายตัว เผยให้เห็นชายชราผู้หนึ่ง
ชายชราร่างกายผอมแห้งเป็นอย่างมาก มองดูคล้ายซากศพ ภายในม่านตาที่ลึกจนยากจะประมาณได้เป็นเหมือนหมอกหนาทึบ จิตสังหารที่คล้ายจับต้องได้ปรากฏรึ้นเป็นระย