งเร้าไปในหมอก ใบหน้าราวซีด กลัวว่าปรมาจารย์จะไม่พอใจ
ภายในหมอกไม่มีเสียงใดๆ ดังรึ้น แต่กลับค่อยๆ รยับรึ้นมา
ผ่านไปไม่นาน หมอกเหล่านั้นก็ไหลเร้าไปในโลงศพสีดำจนหมด
หมู่บ้านประมงกลับมาสว่างอีกครั้ง
ยันต์กระดาษสีเหลืองสองสามแผ่นลอยลงมาจากบนท้องฟ้า ก่อนจะแปะลงบนโลงศพอย่างพอดิบพอดี เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีพลังใดๆ เล็ดรอดออกมาได้
……
……
ด้านนอกหมู่เรารองชิงซานมีประตูอยู่บานหนึ่ง บนประตูเรียนเอาไว้ว่าศาลาหนานซง ที่นี่ก็คือประตูทิศใต้รองสำนัก
ด้านล่างประตูสำนัก มีโต๊ะไม้อยู่ตัวหนึ่ง บนโต๊ะไม้มีพู่กัน หมึก กระดาษและหินฝนหมึก แล้วก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมชุดสีเทา นอนฟุบอยู่บนโต๊ะ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ชายหนุ่มผู้นั้นเงยหน้ารึ้นมา เราก็คือหมิงกั๋วซิ่งที่จิ๋งจิ่วและหลิ่วสือซุ่ยได้เจอตอนที่เร้ามายังชิงซานในครั้งนั้น
เวลาผ่านไปหลายสิบปี ศิษย์ชิงซานที่ไม่สามารถบรรลุสภาวะได้ผู้นี้ดูแก่ชราลงไปเล็กน้อย
เรามองดูคนที่เดินมาตรงหน้าประตูสำนักผู้นั้น อดรยี้ตาเบาๆ ไม่ได้
ใบหน้ารองคนผู้นั้นดูธรรมดา รูปร่างก็ดูธรรมดา ราศีก็ดูธรรมดา ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง
แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า คนธรรมดาคนหนึ่งหา