ช่นนั้นก็มีเพียงค คนเดียวที่มีสิทธิ์จะแสดงความเห็นคัดค้านหมิงซือได้
บนร่างกายของมหาปุโรหิตมีสายเลือดของราชวงศ์ไหลเวียนอยู่ อำนาจและสภาวะล้วนแต่สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมองอย่ างไรก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
หากเปลี่ยนเป็นผู้บำเพ็ญพรตคนอื่น ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับผู้อาวุโสของสำนักต่างๆ ถ้าหากจู่ๆ มหาปุโรหิตแห่งเผ่าห หมิงมาปรากฏขึ้นตรงหน้า ผู้บำเพ็ญพรตเหล่านั้นจะมีการตอบสนองเพียงสองอย่างเท่านั้น นั่นคือถ้าไม่กรีดร้องพยายามขอคว วามช่วยเหลือด้วยใบหน้าที่ขาวซีด ก็คงจะหวาดกลัวจนเป็นลมสลบไป
ทว่าจิ๋งจิ่วกลับสงบนิ่ง ราวกับเจอคนแก่ที่มาถามทางคนหนึ่งเท่านั้น เขากล่าวว่า “มีธุระอะไร?”
เสียงของมหาปุโรหิตเป็นเหมือนลมที่พัดผ่านภายในตรอกนี้ ราวกับสายพิณที่พร้อมจะขาดลงทุกเมื่อ ฟังดูค่อนข้างประ ะหลาดใจ “หรือเจ้าไม่กลัวข้า?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เจ้าอาจจะแข็งแกร่ง แต่ที่นี่คือเมืองเจาเกอ ต่อให้กลัว แต่คนที่กลัวก็น่าจะเป็นเจ้า”
มหาปุโรหิตกล่าวว่า “ตอนที่อาจารย์ของเจ้าบรรลุกลายเป็นเซียน ข้ายังเคยไปดูที่ชิงซาน นับประสาอะไรกับเมืองเจาเกอ อ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ว่าธุระมา”
เสื้อผ้าที่เป็นสีสันและเงาที่มืดมิดของมหาปุโรหิตผสมเข้าด้วยกัน