้คำตอบนี้
จิ๋งจิ่วยังคงไม่พูด หลิ่วสือซุ่ยเองก็ไม่มีทางพูด เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป สักวันมันจะกลายเป็นความลับอย่างแท้จริง
นี้อาจจะไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับเหอจานซักเท่าไหร่ แต่นั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเหอจานกับปู้ชิวเซียวเช่นเดียวกัน ไยชิงซานต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับกรรมส่วนนี้ด้วย
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เจ้าเป็นฮ่องเต้มานานมากแล้ว เป็นเรื่องยากที่จะไม่ถูกพวกวิชาน่าเบื่ออย่างศิลปะการเป็นฮ่องเต้พวกนั้นส่งผลกระทบ แต่เจ้าต้องจำเอาไว้ว่าเจ้าเป็นสายเลือดของตระกูลจิ่ง มิใช่ฮ่องเต้คนธรรมดาที่ไร้พลัง ที่พอใครไม่เชื่อฟังก็ฆ่าทิ้งพวกนั้น”
ฮ่องเต้กล่าวว่า “การปกครองอาณาจักรต้องระวังให้มากเข้าไว้ ท่านไม่รู้เรื่องก็อย่าได้ออกความเห็นวุ่นวาย”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ถ้าเจ้าเชี่ยวชาญในการปกครองจริงๆ ทำไมผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ในราชสำนักยังมีแต่คนของเขาอวิ๋นเมิ่งอยู่?”
ฮ่องเต้หงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวว่า “อย่างนั้นท่านมาเป็นฮ่องเต้เองไหม?”
จิ๋งจิ่วลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอกตำหนัก
ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงใช้วิธีนี้เหมือนอย่างหลิ่วฉือเป็นด้วย?
……
……
จิ๋งจิ่วเตรียมกลับชิงซาน
เรื่องของเสวี่ยจีก็บอกฮ่องเต้ไปแล้ว เรื่องงานแต่งของจิ๋งหลีก็จัดการเ