็กสุดที่รักให้แต่งกับคุณชายตระกูลจิ๋ง? นี่ย่อมต้องมิใช่เป็นเพราะว่าคุณชายตระกูลจิ๋งเป็นเพื่อนเรียนหนังสือขององค์ชายสอง หากแต่มีความเกี่ยวข้องกับความลับที่สำคัญที่สุดอันนั้นของตระกูลจิ๋ง….”
ประตูห้องปิดลง ข่ายพลังปิดกั้นเสียงอีกครั้ง
จิ๋งจิ่ววางชามน้ำแกงที่อยู่ในมือลง
จัวหรูซุ่ยกินเนื้อแพะหมดไปเจ็ดจานแล้วลงไปฟังเรื่องเล่าที่ด้านล่าง กู้ชิงกินผักหมดไปตะกร้าหนึ่งแล้วกำลังเริ่มต้มผักใหม่ แต่เขาเพิ่งจะดื่มน้ำแกงขาวที่อยู่ในชามหมด
หลิ่วสือซุ่ยรีบลุกขึ้นเก็บชามและตะเกียบที่อยู่ตรงหน้าจิ๋งจิ่วไป ก่อนจะเอาชาที่พึ่งจะต้มใหม่เทลงไปในถ้วย จากนั้นวางลงตรงหน้าเขา
กู้ชิงนั่งลงไปบนเก้าอี้ มองดูเปลวไฟอย่างเงียบๆ พลางเขี่ยฟองที่อยู่ในน้ำแกงเป็นครั้งคราว
จิ๋งจิ่วมองดูกู้ชิง จากนั้นคิดถึงปู้ชิวเซียวขึ้นมาอีกครั้ง ในใจคิดว่าศิษย์คนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ ในสายตาเผยแววตาชื่นชมออกมา
กู้ชิงรู้สึกตกใจอีกครั้ง แล้วก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา ในใจคิดว่าวันนี้ตัวเองทำเรื่องอะไรถูกกันแน่?
จิ๋งจิ่วกล่าวกับหลิ่วสือซุ่ยว่า “หลังจบงานชุมนุมเหมยฮุ่ย เจ้ากลับไปยังเรือนอี้เหมาแล้วตั้งใจเรียนหนังสือ เรื่องอื่นไม่ต้องสนใจ”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวอย่า