ดประตูแล้วมองจิ๋งจิ่ว ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจังว่า “ท่านจะให้เขาไปแบบนี้หรือ?”
จิ๋งจิ่วคิดในใจ หรือเจ้าคิดจะเลี้ยงขนมสือซุ่ยอีก?
กู้ชิงเองก็ค่อนข้างเป็นห่วง กล่าวว่า “ศิษย์พี่สือซุ่ยดูแล้ว… เหมือนจะชอบเรือนอี้เหมาจริงๆ นะขอรับ”
จัวหรูซุ่ยเดินมาข้างโต๊ะ ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “หากเขาไปอยู่กับเรือนอี้เหมาจริงๆ จะทำอย่างไร?”
สำหรับเขาแล้ว หลิ่วสือซุ่ยกับตนเองล้วนแต่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด แล้วจะปล่อยเขาให้ออกไปจากชิงซานได้อย่างไร?
จิ๋งจิ่วคิดในใจว่านี่มีอะไรให้ต้องกังวล หากหลิ่วสือซุ่ยอยู่ที่เรือนอี้เหมา ต่อให้ภายหน้าไม่อาจแย่งตำแหน่งเจ้าเรือนกับซีอี้อวิ๋นได้ แต่เขาก็จะต้องกลายเป็นคนสำคัญภายในเรือนอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นเรือนอี้เหมาก็จะเอนเอียงมาทางชิงซานมากกว่าตอนนี้
หลักเหตุผลนี้ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน ก็เหมือนกับที่เฉาหยวนอยู่ที่นิกายเฟิงเตา ตอนนี้นิกายเฟิงเตาก็กลายเป็นพันธมิตรและผู้สนับสนุนที่มั่นคงที่สุดของวัดกั่วเฉิง
ฉานจึอยู่ที่วัดกั่วเฉิง วัดกั่วเฉิงก็ใกล้ชิดกับชิงซาน
ศิษย์เขาอวิ๋นเมิ่งจำนวนมากไปอยู่สำนักอื่นหรือว่าไปเป็นขุนนางอยู่ในราชสำนัก ดังนั้นสำนักงานส่วนใหญ่บนแผ่นดินทางเหนือ จึงกลา